BookFair & Knowledge Party@CAR

posted on 18 Nov 2009 07:55 by atomdekzaa

สถาบันวิทยบริการจัดงาน สถาบันวิทยบริการจัดงาน BookFair & Knowledge Party@CAR

 

สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มีความยินดีขอเชิญชวนคณาจารย์ นิสิต บุคลากรจุฬาฯ และผู้ที่สนใจ
ร่วมคัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุดในงาน


“สัปดาห์คัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุด (Book Fair) ครั้งที่ 8”
พบกับร้านค้าและผู้จัดจำหน่ายหนังสือชั้นนำกว่า 20 ร้าน
อาทิ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ เอเชียบุ๊คส์ คิโนะคูนิยะ นามมีบุ๊คส์


และเชิญร่วมกิจกรรมเปิดบ้านสถาบันวิทยบริการ
ในงานสังสรรค์สาระวิทยบริการ (Knowledge Party @ CAR) ครั้งที่ 1
ระหว่างวันที่ 16 - 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00 -17.00 น.
ณ สถาบันวิทยบริการ ติดตามรายละเอียดได้ที่
www.car.chula.ac.th

เทศกาลหาที่ฝึกงาน

posted on 18 Nov 2009 06:45 by atomdekzaa

ก็ถึงเวลาที่เราควรจะเคลียดแล้วใช่ไหม
ใช่ เพราะไม่รู้จะฝึกงานที่ไหน

 

สำหรับอะตอมแล้ว สถานที่ที่อยากฝึกงานของผมก็คง
จะไม่พ้นห้องสมุด(อ้าว แน่อยู่แว้วว ก็เรียนมาสายนี้นิ)

 

ห้องสมุดไหนดีละ?

 

เฉลย อะตอม อยากฝึกงานกับ
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ:
(TCDC)

องค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
ตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งความรู้ด้านการออกแบบนอกระบบการศึกษาปกติ
และเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
อีกทั้งยังได้ตักตวงประสบการณ์จากผลงาน
และความสำเร็จของนักคิดและนักออกแบบจากทั่วโลก


 

"ห้องสมุดเพื่อการออกแบบ"

 

เป็นห้องสมุดที่น่าอ่านหนังสือมากๆ
ไม่มีบรรยากาศความเป็นวิชาการเหมือนห้องสมุดอื่นๆ

 

 

   
 จึงทำให้รู้สึกอยากอ่านหนังสือขึ้นมาทันทีเลยล่ะ

ที่นี่มีหนังสือประมาณ 17,000 เล่ม จากทั่วทุกมุมโลก

 

 


 แล้วก็ไม่ได้มีแต่หนังสือด้านการออกแบบอย่างเดียวเท่านั้นนะ
มีประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น ประวัติศาสตร์  ภาพยนตร์ แฟชั่น ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีบริการให้ยืม IPOD, MP3, VCD และ DVD อีกด้วย


"ห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบ"

 

 

ห้องสมุดเพื่อการออกแบบแห่งแรกของเอเชีย
และเป็นแห่งที่ 4 ของโลกซึ่งมีมาแล้ว 3 แห่ง 
นิวยอร์ก มิลาน และโคโลญ

 

 


 ห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบแห่งนี้เป็นที่รวบรวมวัสดุ
ที่นักออกแบบระดับโลกใช้สร้างสรรค์ผลงานมาแล้ว
และมีวัสดุของไทยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมาแล้ว
ได้แก่ ผ้าทอมีกลิ่นหอม ผ้าบุทำด้วยฝ้าย
กระเบื้องเคลือบโมเสก และผ้าขนสัตว์เทียม



     นอกจากนี้ที่นี่ยังมีห้อง The Lounge ซึ่งเป็นห้องสมุดสำหรับเก็บหนังสือหายาก หนังสือที่มีจำนวนพิมพ์น้อยเล่ม บางเล่มก็มีเพียงเล่มเดียว

  

 

เห็นไหมละ ว่าน่าที่จะร่วมงานแค่ไหน
อยากฝึกด้วยจังเลยๆ

 

ขอขอบคุณ
ภาพสวยๆจาก นายรอบรู้ ครับ

LOVE ME,LOVE MY JOB

posted on 24 Sep 2009 23:44 by atomdekzaa

เออ ชื่อนี้คุ้นๆเนอะ เหมือนลอกมาจากไหนเลย เหอะๆ
หลังจากที่ไปทำงานที่ศูนย์เซเวียร์มาสักพัก
ก็รู้สึกว่าต้องเอาภาพสวยๆอาร์ต(ที่ถ่ายไม่เป็น)
เอามาอวดกัน นิดนึง

 


 

ก็นะไม่มีใครสมัครมาเป็นลูกทีมเลยอ่า
ได้เงินก็ไม่มาแล้วจะเอาไรกันเนี๊ย ห่ะ?
ก็นะ เหลือเวลาพรุ่งนี้วันสุดท้าย
อยากสมัครก็รีบๆหน่อยนะจ๊ะ อิอิ

 

อืมม บ่นเยอะแว้วว เราไปดูที่ทำงานกันดีกว่า

 

รูปแรกและรูปสองโต๊ะทำงานจ้าา

 

 


 

 รูปที่สามบริเวณศูนย์ครับ

เอ่ออ ที่สวยๆแบบนี้จะมีกี่แห่งกันในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ อิอิ

 

สุดท้ายก็จบแบบสวยๆด้วย
(กองหนังสือ)
ที่ยังลงรายการไม่เสร็จ !!!

 

ขอขอบคุณพ่อพอล ที่กรุณาจ้างผมไปทำงานนะครับ
ขอขอบคุณพี่กล้วย ที่ให้ยืมห้องทำงานนะครับ
ขอขอบคุณตัวเอง ที่คิดดี ทำดี จนมีโอกาสดีๆแบบนี้นะ
ขอขอบคุณเอกบรรณารักษ์ อักษร จุฬาฯ
ที่สั่งสอนเด็กโง่ๆคนนี้ให้มีอนาคตที่สดใส
ที่มีความสุขกับตัวเองแบบนี้

ทุกวันนี้โลกเราก็แปลกเนอะ อะไรที่มันทำแล้วมีความสุข
กลับไม่ค่อยอยากทำ แต่อะไรที่ทำแล้วมันไม่ใช่ตนเอง
กลับมองว่ามันให้ประโยชน์มากกว่า นี่คงเป็น
อีกหนึ่งคำตอบของ"สังคมทุนนิยม"ใช่ไหม

 

 

"บรรณารักษ์" ถามจริงเถอะ ได้ยินคำนี้แล้วคุณนึกถึงใคร
บรรดานิสิตนักศึกษาบรรณารักษ์ทั้งหลายครับ
ลองถามตัวเองดีไหมว่า คุณจบไปแล้วคุณ
อยากจะไปประกอบอาชีพอะไร?

 

คุณเคยมองอาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ
วิชาชีพที่คุณเรียนมาไหม
หรือมองแค่ว่ามันเป็นอาชีพโบราณ
ไม่มีความก้าวหน้าในอนาคต
เป็นอาชีพที่ดูไม่มีเกียรติ
หรือเป็นอาชีพที่ทำเงินไม่ได้ดี


 


 

ลองมามองใหม่สิว่าทำงานที่เงินดีก็จริง
คุณกลับไม่มีความสุข ไม่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก
ไม่มีเวลาให้กับครอบครัวที่คุณรัก
ไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหารกลางวัน


 

"เงิน" ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของคุณหรอกนะ
โอเค คุณอาจจะบอกว่า แต่เงินทำให้ชีวิตที่คุณหวัง
มันเป็นจริงได้ มันสวย มันหรู เชิดหน้าวงศืตระกูลได้
แต่จะสำคัญอะไร ถ้าคุณได้เงินมาพร้อมกับคนที่้หวังแต่
อยากที่จะได้ของของคุณ ไม่มีที่จะมีคำว่า "ให้"

 

 คุณกำหนดชีวิตคุณเองได้ เลือกคำว่า "ความสุข"
ให้ชีวิตที่มีค่าของคุณหรือยัง?

(บ่นอารายเนี๊ยย อะตอม)

 

 

ยายไม่เคยถามฉันว่าโตขึ้นจะต้องเรียนอะไรหรือต้องทำงานอะไร
ถามขึ้นเพียงสิ่งที่หลานจะเรียน มันจะมีประโยชน์ไหม
ตาไม่เคยบอกให้ฉันทุ่มเทกับสิ่งที่ทำ
แต่ตาก็ทำให้ฉันเห็นทุกวันว่าเราต้องทำงาน
อย่างมีความสุขด้วยความรับผิดชอบ
ครูไม่เคยคิดว่าฉันจะมาเรียนบรรณารักษ์ได้
แต่ก็สอนให้ฉันรู้ ให้ฉันคิด และให้ฉันทำ


ฉันจึงแน่ใจว่าฉันยังจำสิ่งดีๆที่ทุกคนหยิบยื่นให้ฉัน 
ฉันพยายามถามตัวเองเสมอว่าทำไมฉันต้องเรียนในสาขา
ที่ดูเหมือนว่าทุกๆคนไม่ชอบ มองข้าม ไม่น่าสนใจ
แล้วยังถามตลอดเวลาด้วยอีกว่า เรียนไปทำไม?


เวลาผ่านไปฉันได้เรียนรู้มากขึ้นเพื่อที่จะรู้จักศาสตร์นั้น
ว่าเขาทำอะไรกันบ้างแล้วเขาทำกันไปทำไม เพื่อใคร
สุดท้ายฉันก็ได้ค้นพบว่า ในโลกที่เราๆอาศัยอยู่นี้
จะต้องมีคนเก็บความรู้ได้อย่างเป็นระบบไว้ให้คนรุ่นหลังๆ
ให้พวกเขาได้รู้จัก กันศึกษาค้นคว้า 

  วิชาบรรณารักษศาสตร์นี้ เป็นวิชาที่จัดการกับความรู้
อย่างมีระบบ  และมีมาตรฐานในการเก็บเสมอ
เออ ฉันคงเป็นคนโบราณมาเกิดละมั้ง!!!
ที่เคยคิดจะเรียนเอกประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีเอามากๆ
แต่ก็ด้วยความเกรงใจคนรอบๆข้าง
จึงได้เรียนศาสตร์วิชาที่มันโบราณไม่แพ้กัน


นั่นก็คือ "บรรณารักษศาสตร์" 
แต่ก็น่าแปลกใจนะที่วิชาที่มีมานานแสนนานนี้
เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านการประยุกต์
ใช้เทคโนโลยีสารนิเทศก่อนใคร
และต้องทันสมัยเสมอ



ก็จะไปแนะนำคนอื่นเขาได้อย่างไรละ
ถ้าเราเองยังใช้เครื่องมือนั้นไม่เป็น ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ที่สำคัญที่สุดไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร 
วิชาที่ดูเหมือนจะโบราณนี้ ก็เลยไม่โบราณจริงๆ
ก็เพราะมันต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีตลอดเวลา
 

ทำให้ตอนนี้อยากจะไปเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีสารนิเทศเพิ่ม
ก็เพื่อที่จะได้รู้ว่า เขาเรียนอะไรก็บ้าง
และมันสัมพันธ์กับบรรณรักษศาสตร์อย่างไร
 
คงไม่ต่างกับเพื่อนร่วมวิชาชีพของฉัน
ที่ต่างคนต่างก้มหน้าทำงานอยู่เบื้องหลัง
จนทำให้หลายๆคนไม่รู้จักวิชาชีพนี้


ห้องสมุด นับว่าเป็นของขวัญของสังคมเป็นแหล่งการเรียนรู้
ที่หลากหลายรูปแบบ และมีเทคโนโลยีที่แสนจะทันสมัย
 
วันนี้ฉันเริ่มที่จะมั่นใจได้ว่าวิชาบรรณารักษศาสตร์
และสารนิเทศศาสตร์ว่าเป็น ความจำเป็น
ต่อสังคมที่ต้องการการพัฒนา ต้องส่งเสริม ในการอนุรักษ์
จัดระบบ และเผยแพร่ความรู้ เป็นศาสตร์วิชา
ที่รวบรวมความทรงจำของสังคมและโลก


คนต้องมีความรู้ในการจัดการระบบและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นเครื่องมือในชีวิตให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
 
มีครั้งหนึ่งเมื่อฉันยังเด็ก ฉันจำได้ว่า
ฉันเคยเห็นข้อความเล็กที่แปะติดกับบอร์ดในห้องสมุด
ว่า "Who in the World want to be a Librarian?"
ฉันยังจำมันได้ขึ้นใจเสมอ 

  จริง!!! หากถามว่าใครอยากจะเป็นบรรณารักษ์
จะมียกกี่คนที่ยกมืออย่างภาคภูมิใจ
ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้ายก ทำไมจึงเป็นแบบนั้นละ
ทั้งๆที่วิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่มีความสุขมาก


สำหรับคนที่รักการอ่านและการเรียนรู้
ดังนั้นเราจึงเห็นห้องสมุดดีๆหลายๆแห่ง
เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะ
"
ห้องสมุดมหาวิทยาลัย"
 
มาถึงตอนนี้แล้ว ฉันอยากจะย้อนกลับไปในอดีต
และกลับไปยกมือให้สุดแขนอย่างภาคภูมิใจ
ว่า " ฉันนี่แหละที่อยากเป็นบรรณารักษ์ "  

 

พี่ๆบรรณารักษ์ทั้งหลาย จงรับรู้ไปเลย
ณ ที่นี้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้น
แม้ว่าคนในสังคมเขาจะไม่รับรู้เลยก็ตาม
แต่จงภูมิใจว่าพวกเราเหล่าบรรณารักษ์นี่แหละ
ที่ยืนเคียงข้างและเป็นพื้นฐานให้กับการศึกษามาตลอด
สังคมที่เจริญรุ่งเรืองได้ก็ล้วนมาจาก
วิชาชีพอย่างพวกเราทำไปเถอะครับ "มันได้บุญ"  

 

"ถ้าเปรียบห้องสมุดเป็นบริษัท
การลงทุนทางปัญญาที่ได้กำไรงอกงามที่สุด
บรรณารักษ์ ก็คงเป็นทรัพยากรผ่ายบุคคล
ที่มีประสิทธิภาพและวิเศษที่สุดเช่นกัน"

 

ดัดแปลงมาจากบทความ
ของอาจารย์น้ำทิพย์ วิภาวิน

 

edit @ 13 Dec 2009 01:06:01 by *i(AtomDekZaa)!*